個人檔案ชีวิตของกรู相片部落格清單 工具 說明

jangsawang burapol

沒有相簿。
1月1日

ปรากฎการณ์ จตุคามรามเทพ

ปรากฎการณ์ จตุคามรามเทพ
 
พระเครื่อง เป็นงานอดิเรกสิ่งแรก ๆ ที่กรูเลือกเนื่องจากประวัติศาสตร์และความสวยงามของศิลปะ ประดุดได้สมบัติที่เป็นมรดกของชาติมาไว้ในครอบครอง แต่เมื่อมาพบกับจตุคาม เทพผู้ทำให้วงการพระเครื่องต้องแปรปรวน ประดุดสึนามิที่ถาโถมทางใต้ซึ่งทำให้ระบบนิเวศเปลี่ยนแปลงไป ลองมาดูกันว่าสิ่งที่กรูเจอคืออะไร
 
  1. เป็นพระที่ลูกหลานของเราไม่สามารถนำพระเครื่องอาราธนาทำน้ำมนต์  เพราะส่วนผสม (ไม่อยากใช้ว่ามวลสารเพราะมันกระจอกสิ้นดี) หลักทำมาจากปูนและแป้ง ซึ่งจะส่งผลต่อน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นของผู้ดื่มน้ำมนต์..อิอิ
  2. เป็นพระที่ลูกหลานของเราไม่สามารถอมพระไว้ในปากได้ เนื่องจากขนาดใหญ่เกินไป (ทั้งนี้..ขอละเว้นผู้ที่มีปากใหญ่ผิดปกติ)
  3. เป็นพระที่มีจำนวนการสร้างที่มากมายมหาศาล แต่เดิมสร้างกันมากสุดก็ 84,000 องค์ (ตามจำนวนพระธรรมขันธ์) หากรวมจำนวนพระทุกรุ่นแล้วจะตกใจ เพราะจะมีจำนวนมากพอย่างเหลือเฟือให้คนทั้งโลกใส่ได้คนละ 1 องค์
  4. เป็นพระที่ออกได้ทุกวันโดยไม่ต้องดูฤกษ์ใด ๆ ทั้งสิ้น ขนาดกีฬาแห่งชาติมันยังเอา...ดีไม่เอาวันรัฐประหารด้วย
  5. เป็นพระที่พิธียิ่งแปลกยิ่งดี ดำน้ำ ปีนเขา เด็ก ๆ ในเรือดำน้ำ บน F-16 พ่อก็ไปมาหมดแล้ว
  6. เป็นพระที่มีบารมี หากลองเรียงลำดับวันในปฎิทินจะพบว่า พระอาทิตย์ทรงกลดแทบทุกวันในปีที่ผ่านมา
  7. เป็นพระที่มีความสามารถในการหลอกล่อ (อาจเป็นเพราะบารมีที่เปี่ยมล้น) ทำให้คนสามารถจ่ายเงินจองพระ ทั้ง ๆ ที่เห็นเพียงภาพกราฟฟิค หรือแม้กระทั่งแค่ได้เห็นชื่อรุ่นที่แสนจะหยาบคายเท่านั้น
  8. เป็นพระที่เบียดเบียนและทำลายทรัพยากรธรรมชาติ เพราะพ่อเล่นพิมพ์โบชัว ชนิดจำนวนมากเพียงพอที่จะแจกให้คนเชื้อสายจีนทั่วทั้งโลก (จำนวนนี้หมายถึงต่อ 1 รุ่นนะ) ยังไม่รวมไม้มงคลต่าง ๆ ที่เอามาโรยพระนะ
  9. เป็นพระที่สามารถยึดพื้นที่โฆษณาในหนังสือพิมพ์ ได้มากกว่ายาลดความอ้วนและเทสโก้โลตัส (ไม่เหลือข่าวให้กรูอ่านเลย)
  10. เป็นพระที่ใกล้ชิดมนุษย์มาก ๆ มากจนเราสามารถปิดทอง หรือแม้แต่ระบายสีท่านได้ด้วยตนเอง ประดุดสมุดวาดเขียนของเด็กอนุบาล
  11. เป็นพระที่ทำให้ทองคำราคาสูงขึ้น เพราะทุกคนล้วนปัดทองเอง ซึ่งเศษทองส่วนมากจะถูกปัดลงขยะอย่างไม่ใยดี (มนุษย์สังเคราะทองเองไม่ได้นะว้อย)
  12. เป็นพระที่เราสามารถหาซื้อหรือพบท่านได้ทุกที่ แม้แต่ในเซเว่น (ติ้ง..ต่อง...รับจตุคามทานเพิ่ม..เอ้ยบูชาเพิ่มมั้ยครับ)
  13. เป็นพระที่ทำให้มาตรฐานของโรงงานกรอบพระครึกครื้นและเป็นศิปะอย่างสูงสุด คือต้องใส่ดีไซน์ลงในกรอบพระยิ่งเก๋ยิ่งดี ในทางกลับกันเนื่องจากจำนวนการผลิตที่มีมากมาย ส่งผลให้มาตรฐานของกรอบพระตกต่ำที่สุด หลายคนคงเจอปัญหา
  14. บารมีของท่านสามารถเผื่อแผ่ไปยังทุกวงการ ขนาดนักเขียน ยุคเฟื่องฟูมันก็เขียนสรรเสริญ ยุคดับมันยังเขียนด่า หน้าด้านจริง ๆ ที่กล้าใช้ชื่อเดียวกัน
  15. เป็นครั้งแรกที่เคยเห็นพระปลอมสวยกว่าพระแท้
  16. เป็นครั้งแรก ที่ดูพระแท้แต่กลับต้องดูที่กล่อง (กรูห้อยพระหรือห้อยกล่องกันแน่หว่า)
  17. เป็นครั้งแรกที่ผู้รอดตายในหนังสือพิมพ์ มักชูเหรียญทอง (อ้าว...จตุคามหรอกเหรอ) ทั้ง ๆ ที่กว่าแม่งจะรอดมาได้ก็แทบแย่อยู่แล้ว พี่ครับมายัดใส่มือผมทำไม!
  18. เป็นครั้งแรกที่ตลาดพระครึกครื้น (คนเยอะจริง ๆ) แม้แต่อาม่าอาซิ้มที่เคารพยังเดินจนนึกว่าตลาดพระเป็นตลาดสด
  19. เป็นครั้งแรกที่ทุกวัดสร้างพระเครื่องที่มีรูปลักษณ์เดียวกันได้ทั่วประเทศ เรียกว่าความสามัคคีหรือเปล่าหนอ
  20. เป็นครั้งแรกที่ก่อนจะนำพระใส่กรอบต้องตากแดด (บางรุ่น) ไม่งั้นจะหด (อ้าวนึกว่าต้องรับพลังพิเศษ)
  21. เป็นครั้งแรกที่มีการซื้อขายใบจองพระอย่างเป็นล่ำเป็นสัน น้อง ๆ สัมประทานน่ะครับ
  22. เป็นครั้งที่มีการเก็งกำไรพระระยะสั้น (ต้องเน้นว่าสั้นมาก ๆ) น้อง ๆ หุ้นเลยพี่ เผลอ ๆ มีคนปั่นให้ด้วยนะ
  23. เป็นครั้งแรกที่มีการฟ้องร้อง กรณีระหว่างผู้สร้าง (ผู้ผลิต) และผู้สั่งจอง (ผู้บริโภค) ข้อหาหลอกลวงผู้บริโภค (พิมพ์พระสวยไม่โดนเหมือนกราฟฟิคในโบชัวร์)
  24. เป็นครั้งแรกที่มีคดีความฟ้องร้องเรื่องลิขสิทธิพิมพ์พระ
  25. เรื่องน่าแปลกเรื่องสุดท้าย คือขอสารภาพว่าที่เขียนมาเหมือนผมคิดกับจตุคามในแง่ลบ แต่ผมมีพระจตุคามหลายสิบองค์เลยครับพี่น้อง....555

 

ขำ ๆ กับงานอดิเรก..อย่าไปคิดมากน่า

 
9月16日

โชคดีแค่ไหนที่...?

 
โชคดีแค่ไหนที่....?
 
เคยใช้ประโยคนี้ถามตัวเองด้วยคำถามนี้กันบ้างไหม หลาย ๆ ครั้งชั้นมักถามตัวเองบ่อย ๆ ว่าโชคดีแค่ไหนที่...?
 
- กรูโชคดีแค่ไหนที่ทำงานบริษัท ถ้าเกิดที่คณะรับกรูเป็นอาจารย์ขึ้นมาล่ะก็ (แต่ไม่เหลือความั่นใจที่จะเป็นอาจารย์อีกเลย ถึงแม้อยากเป็นแค่ไหนก็ตาม) 
- กรูโชคดีแค่ไหนที่ได้เจอกับประสบการณ์แปลก ๆ ใหม่ ๆ ถ้าเกิดกรูเป็นคนไม่กล้าทำอะไรใหม่ ๆ ล่ะก็ (แต่เล่าให้ใครฟังไม่ได้ เพราะหลายคนคนคิดว่ากรูเป็นคนขี้โม้)
- กรูโชคดีแค่ไหนที่เกิดเหตุการณ์เข้าใจผิดกับเพื่อน ทำให้กรูรู้ว่าอะไรคือเพื่อนและแฟนกรูเข้าใจกรูมากแค่ไหน (แต่ทำให้กรูเสียความรู้สึกกับเพื่อนหลาย ๆ คนไป)
- กรูโชคดีแค่ไหนที่ชอบไปเที่ยวคนเดียว ทำให้กรูไปในที่ที่อยากไปได้มากขึ้นและไม่ต้องคอยรอใคร (แต่กรูก็เหงาบางครั้งก็งง ๆ ไม่มีใครให้ปรึกษา)
- กรูโชคดีแค่ไหนที่ใช้รถเก่า ทำให้กรูรุ้เรื่องรถมากขึ้น (แต่กรูเสียตังไปเยอะมาก ๆ กับค่าซ่อมรถ)
- กรูโชคดีแค่ไหนที่ไม่เที่ยวกลางคืน กินเหล้า เที่ยวผู้หญิง ทำให้กรูไม่เสียตังโดยเปล่าประโยชน์ (แต่ไปเที่ยวกับพี่ที่ SITE ไม่ได้ แถมชอบโนบ่นว่าไม่อยากพาไปเปปซี่ในผับแพงนะว้อย!)
- กรูโชคดีแค่ไหนที่ชอบเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัว ทำให้กรูมีความรู้มากขึ้น (แต่นุ้ยชอบบ่นว่าคุยแต่เรื่องอะไรไม่รู้...ปวดหัว)
- กรูโชคดีแค่ไหนที่ชอบนุ้ย ทำให้กรูปวดหัวมากขึ้น (แต่...แต่...แต่ร้ายก็รักนะ...)
- สุดท้าย กรูโชคดีแค่ไหนที่มีคนอ่านเรื่องที่กรูเขียนบ่นจนจบ ยังไงก็ขอบคุณท่านที่อ่านจนจบนะ เพราะสุดท้ายอยากจะบอกว่า
 
เรื่องที่โชคร้ายหลาย ๆ เรื่อง อาจเป็นเรื่องที่ดีก็ได้ (แต่อย่าเจอบ่อยนักก็ดี...)
4月15日

การทดลอง...ของคนขี้ใจน้อย

 

คำเตือนก่อนอ่าน : ใครมีความรู้ทางการจัด Format หนังสือหรือบทความ กรุณาอย่าแกล้งกัน และผู่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตรวจ Format วิทยานิพนธ์ หรือสิ่งพิมพ์ที่เกี่ยวข้อง กรุณาอย่าร้องทัก ไม่งั้นของจะเข้าตัว ซึ่งทางผู้จัดทำจะไม่ขอรับผิดชอบ รวมถึงข้อความทุกข้อความที่อยู่ในเอกสารนี้แต่อย่างใด

 

 

บทที่ 1   คำถามงานวิจัย

การทำอะไรบางอย่างเพื่อคนที่เรารักเค้าก่อน ซึ่งหลายเรื่องเป็นเรื่องที่ยากลำบากแทบตาย เค้าจะรู้บ้างมั้ยนะ ?

 

ทุกครั้งที่พยายามทำ เป็นวันเป็นสัปดาห์ แต่เค้ากลับบอกปัดอย่างง่ายดาย ภายใน 3 นาทีทางโทรศัพท์

ทุกครั้งที่เค้าต้องการอยากได้สิ่งใด ชั้นจะจดจำ และเสาะหาเพื่อให้ได้สิ่งนั้นมา แต่เค้ากลับละทิ้งอย่างไม่ใยดี

ทุกครั้งที่อยากเข้าไปใกล้เค้า แม้ต้องเดินทางไกลแสนไกลแม้เวลาเพียงน้อยนิด แต่เค้ากลับยิ่งหนีไปให้ห่าง

 

บทที่ 2 สมมุติฐาน

หากจะทำอย่างไรเพื่อให้เค้ารู้ ว่าเราทำทุกอย่างเพื่อเค้า ?

 

ทุกครั้งที่บอกเค้า เค้ามักจะคิดว่าเป็นการทวงบุญคุณ เป็นไปได้ทีหลังไม่ต้องทำ

ทุกครั้งที่หยุดทำ เพื่อให้เค้ารู้ว่าหากเราไม่ทำเค้าจะรู้สึกว่าขาดอะไรบางอย่างไป แต่เค้ามักคิดว่าไม่เสมอต้นเสมอปลาย

ทุกครั้งที่ทำต่อไปเหมือน ๆ เดิม แต่เค้าคิดว่า มันคือหน้าที่ หน้าที่ของคุณ เป็นเรื่องปกติ ชั้นจะรับหรือปฏิเสธ นั่นมันเรื่องของชั้น

 

บทที่ 3 วิธีการทดลอง

ทำไปเรื่อย ๆ ทำใจ อย่าไปคิดมาก นั่นคือทางออกใช่หรือเปล่า ?

 

ที่ปรึกษาหลายคนชอบบอกอย่างนี้ ชั้นก็ได้ทดลองทำตาม แต่ทุกครั้งที่ทำก็เหนื่อยและเหนื่อยมาก ๆ เพราะสิ่งที่ทำไม่เห็นเกิดประโยชน์ผลอันใด กลับแต่จะก่อให้เกิดตะกอนในจิตใจที่ใกล้จะล้นเอ่อ แต่ไม่เป็นไรทดลองไปเรื่อย ๆ ที่ปรึกษาหลาย ๆ ท่านเค้าว่ามา

 

บทที่ 4 ผลการทดลอง

เฮ้ย ความรัก ต้องไม่หวังผลตอบแทน

 

เออ.กรูรู้แล้วครับท่าน.แต่นี่เล่นไม่ใส่ใจกรูเลย บางครั้งก็น้อยใจเหมือนกันนะเฟ้ย

 

บทที่ 5 บทสรุป

บทสรุปของคนที่รักเค้าก่อน

 

ใครเป็นเหมือนกรูขอให้ยกมือขึ้น   (SAY YO!)

 

 

ปล. เรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องที่นางวิไล (แม่กรู) ระบายปนด่ากรูตอนรดน้ำดำหัววันสงกรานต์ (จริง ๆ นะ ไม่ได้หมายความรวมถึงใครด้วย ไม่ต้องตีความ ไม่ต้องเอ่ยนามอักษรย่อ หรือกระทำการอ้างถึงหรือล่วงเกินบุคคลต้องห้าม มิฉะนั้น กรูอาจหัวแตกได้ เห็นใจกรูเถิด) ซึ่งว่ากรูที่ชอบขับรถซิ่งแต่กรูไม่สนใจ เห็นว่าโดนดี เลยเก็บมาสรุปและเล่าสู่กันฟัง

4月14日

โง่หรือฉลาด และ ฉลาดหรือโง่

 

คนที่สามารถเอาเปรียบคนอื่นได้   คือคนฉลาดงั้นหรือ ???

คนที่ถูกผู้อื่นเอาเปรียบ   คือคนโง่งั้นหรือ   ???

 

ดังนั้นหากเราโดนเอาเปรียบเราควรต้องสู้เพื่อไม่ให้เสียเปรียบ     หรือเราแค่รู้สึกว่าเราไม่อยากโง่กว่าเขา ?

ดังนั้นหากเรามีโอกาสเอาเปรียบเราควรรีบฉกฉวยเพื่อเป็นโอกาส    หรือเราแค่รู้สึกอยากฉลาดกว่าเขา ?

 

หากเราแสร้งโง่ในบางเรื่อง โดยยอมถูกเอาเปรียบในสิ่งที่ยอมได้ สุดท้ายเราจะโดนเอาเปรียบตลอด

เพราะทุกคนคิดว่าเราโง่ใช่หรือไม่ ?

หากเราแสร้งฉลาดในบางเรื่อง โดยพยายามเอาเปรียบในสิ่งที่เราต้องการเท่านั้น เราจะกลายเป็นคนที่คนอื่นยอมเสียเปรียบตลอด

เพราะทุกคนคิดว่าเราฉลาดใช่หรือไม่ ?

 

แล้วถ้าเรานิ่งเฉยในเหตุการณ์ที่เอนเอียง เราคือคนโง่หรือคนฉลาดกันล่ะ ?

1月21日

เรื่องเบาเบา....สำหรับกรู

วันนี้นับเป็นวันดี ที่มีโอกาสดีดีว่างพอที่จะมาเขียนเรื่องเบาเบา เราเลยถือโอกาสพูดถึงเรื่องของโอกาส.....
 

กรูอ่านหนังสือหลายเล่ม ถามผู้ใหญ่หลายคน เพื่ออยากที่จะรู้จักกับโอกาส เพื่อเป็นโอกาสในการคบหาโอกาสในอนาคต

หลายคนบอกว่าโอกาสไม่ต้องไขว่คว้า เพียงแค่รอเวลา โอกาสจะพาเราไปหาโอกาสอันดีในอนาคตเอง

แต่อีกหลายคนบอกว่า โอกาสมักมาตอนเราเผลอ คนที่พร้อมเท่านั้นที่โอกาสจะถือโอกาสแวะมาทักทายเพื่อคบหา

และอีกหลายคนบอกว่า โอกาส เค้าไม่มาหรอก เว้นแต่เราต้องถือโอกาสไปหาโอกาสเอง

ซึ่งอีกหลายคนบอกว่า โอกาส ยิ่งเราค้นหาเค้า เราจะยิ่งพลาดโอกาสที่จะเจอโอกาสซะงั้น

แล้วอีกหลายคนบอกว่า ยิ่งวิ่งหนีให้ห่างโอกาสเท่าใด ก็จะเปิดโอกาสให้มองเห็นโอกาสที่ใหญ่และมากขึ้นเท่านั้น

 

เป็นเรื่องแปลก ที่คนเราจะมีวิธีฉกฉวยโอกาสเพื่อค้นหาโอกาสได้หลากหลายนัก ทั้งที่ทุกคนมักตั้งเป้าหมายว่าโอกาสของตนมีอยู่รูปแบบเดียว ซึ่งผลมีมากมายหลากหลายรูปแบบ

บ้างก็ได้โอกาส

บ้างก็พลาดโอกาส

บ้างก็ใช้โอกาสไม่เป็น

บ้างก็ปล่อยโอกาสหลุดลอย

บ้างก็นั่งรอโอกาส

บ้างก็ได้แต่เฝ้ารอโอกาส

...และอื่นอื่น อีกมากมาย

แต่สำหรับกรู กรูคิดว่า โอกาสไม่ได้มีแค่รูปแบบเดียว แต่มันกลับมีอยู่มากมาย และหลากหลายรูปแบบ ประดุจ "ฝน" คำสั้น ๆ เพียง 1 พยางค์ หรือ 2 ตัวอักษร ไม่มีสระ แต่บ่งบอกถึงจำนวน เม็ดน้ำที่มีมากมายมหาศาล บ้างใหญ่ บ้างเล็ก เราสามารถเลือกได้ว่าจะทำอย่างไรกับฝนที่เกิดขึ้น

รองน้ำ

เดินตากมัน

วิ่งหนี

 หลบ

นั่งมอง

 หรือแม้กระทั่งกักเก็บมันไว้

แต่สิ่งเดียวที่ไม่สามารถทราบได้แน่ชัด คือ มันจะตกตอนไหน ถึงแม้ผู้เชี่ยวชาญอย่าง...นักพยากรณ์อากาศ....ก็ตาม

ดังนั้นกรูจึงไม่เชื่อเรื่อง....นักพยากรณ์โอกาส....หรือที่เรียกว่าหมอดูอีกเลย

สรุปกรูก็ปวดหัวกับการมองหาในเมื่อไม่มีใครบอกกรูได้ว่าโอกาสหน้าตาเป็นอย่างไร แล้วกรูจะไปรู้ได้อย่างไรว่ามันคือโอกาส (วะ)

เอางี้...กรูจะถือโอกาสเหมาเอาว่าทุก ๆ เหตุการณ์คือโอกาสทั้งนั้น ถ้าไม่ใช่ก็เปลี่ยนมันให้เป็นโอกาส(ตามหน้าตาที่กรูต้องการ)ซะ...จะได้ไม่ปวดหัว

ที่เหลือ...ก็แค่คิดว่า จะจัดการกับโอกาสพวกนั้นยังไง

สรุป...เรื่องของโอกาสจึงเป็นเรื่อง เบาเบา สำหรับกรู

 

12月31日

ประสบการณ์ / ทางเลือก...ที่แสนเหนื่อย

 
หลายครั้งที่กรูรู้สึกโชคดีที่หลายหลายครั้งมักทำอะไรหลายหลายอย่างประสบความสำเร็จ
แต่บางครั้งบางอย่างที่ไม่เป็นไปตามที่คิดมันคือบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า
จนบางที่และหลายทีมานั่งคิดว่าบางสิ่งกับหลายสิ่งมันแตกต่างกันเท่าใด
........
หรือว่าจำนวนที่กรูนั่งนับ มันไม่สำคัญเท่าไร ?
........
การทำบางสิ่งที่ใหญ่สำเร็จ โดยต้องทิ้งโอกาสสำหรับหลายสิ่งที่เล็กกว่า
หรือการทำหลายสิ่งที่เล็กกว่า โดยต้องทิ้งโอกาสสำหรับบางสิ่งที่ใหญ่กว่า
อย่างไหนดีกว่ากัน
จนบางทีและหลายทีมานั่งคิดว่าสิ่งที่เล็กกับใหญ่มันแตกต่างกันเท่าใด
........
หรือว่าขนาดที่กรูเปรียบเทียบ มันไม่สำคัญเท่าไร ?
........
เฮ้อ..เหนื่อย / งงว้อย ช่วยคิดหน่อยดิ
........
ตกลงแล้วมันใช้สถิติไหนมาเป็นตัวตัดสินใจง่ะ ...อ.พรพรรณ ช่วยผมที!
........
เศร้า
........
 
10月8日

คำแปลคำพูดที่มักเจอบ่อยในที่ประชุม

จากที่ทำงานมาและประชุมหลาย ๆ ครั้ง ลองเก็บคำพูดที่แต่ละคนชอบพูด (รวมถึงตัวเองด้วย) ซึ่งเป็นคำที่คล้าน ๆ คำอุทานแต่ไม่ใช่ หมายถึงคำพูดที่มักพูด หรือตอบออกมาโดยไม่ได้คิด โดยพยายามแปลดูโดยดูจากผลส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์ที่คนผู้นั้นพูด ลองอ่านดูแล้วกันนะ

 

ไม่รู้……..ไม่ทราบ  =  กรูไม่สนใจและไม่มีความใส่ใจกับอะไรเลย บอกปัด ๆ ไปก็พอ กรูจะได้ไม่ผิดอะไร(ประมาณไม่รู้ไม่ผิด)

ถ้าเกิดว่า…….(ขึ้นต้นประโยคคำตอบ)  =  กรูเป็นคนกลัวความผิดและพร้อมจะโยนมันใส่ใครก็ได้ทุกเมื่อ

พูดถึงสถานะตัวเองบ่อย ๆ (เช่น อาชีพ ตระกูล รายได้ ของใช้)  =  กรูคือคนที่อ่อนแอและรู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยเหลือเกินจนต้องหาสิ่งอื่น ๆ ที่ดูเสมือนมีค่านำมาใช้เป็นเกราะป้องกันไว้ก่อน

ผมกลัวว่าถ้า.แล้วจะเกิด.(มักใช้เป็นคำตอบ หรือแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ)  =  กรูน่ะกลัวมาก ๆ และชอบคิดโน่นคิดนี่ก่อนมันจะเกิดขึ้นจริง ดังนั้น อย่าได้คาดหวังว่าจะมอบหมายอะไรให้กรูจัดการเลย

ยังไงก็ได้ / แล้วแต่  =  กรูไม่ชอบตัดสินใจอย่ามาถามกรูได้มั้ย

ทำไมเค้าต้อง.ถ้าเป็นกูนะ….  =  กรูเนี่ยล่ะคือคนถูกเสมอ หรือต่อให้กรูผิดกรูก็ไม่รับหรอก

ไม่ไหวหรอก ผมต้อง……..  =  กรูน่ะเป็นคนขี้เกียจมาก ๆอย่ามอบหมายให้กรูทำอะไรได้มั้ยไอ้เวง

อยากนะ.แต่ไม่มีเวลา  =  กรูน่ะมีเวลา แต่กรูน่ะไม่มีความใส่ใจและความรับผิดชอบอ่ะดิ นี่แหละปัญหาที่แท้จริง

ช่างแมร่งปล่อยมันไป  =  ดินพอกหางหมูน่ะเหรอ!...นั่นล่ะ ๆ กรูเลย

มันจะดีเหรอ(วะ)  =  กรูไม่กล้าทำแบบนั้นหรอกว่ะ อย่าให้กรูไปเสี่ยงเล้ย

ถ้ารูอย่างนี้นะ กรูไม่…….  =  ก็ตอนที่กรูทำกรูไม่ได้คิดอะไรเลยไง กรูเป็นสัตว์ไม่มีสมอง

เฮ้ออยาก.จังเลย (กรณีพูดลอย ๆ ไม่ใช่เป็นคำสนทนาของคู่สนทนา)  =  กรูพูดไปงั้น ๆ แหละ กรูไม่ได้อยากอะไรมากมายหรอกพูดไปงั้น ๆ เผื่อมีใครอยากบ้างจะได้ลองคิดดูก่อน

จะทำยังไงดีเนี่ย/มันจะมีทางออกมั้ย  =  กรูน่ะรู้แล้วว่าควรจะทำยังไง แต่ใครก็ได้ช่วยให้กำลังใจกรูหน่อย กรูเป็นคนไม่มั่นใจว่ะ

กรูไม่สนหรอกว่ะ ว่าใครจะว่ายังไง  =  กรูเนี่ยกลัวสายตาและความคิดของคนรอบข้างมาก ๆ เลย เพียงแต่พูดเพื่อเป็นหินถามทาง ถ้ามึงคิดยังไงก็พูดออกมาเล้ย กูรอฟังอยู่

 

หวังว่าน่าจะมีประโยชน์กับคนอ่านบ้างนะ อาจไม่ตรงเพราะหมอลักไม่ฟันธง แต่คงใกล้เคียงบ้าง ยังไงใครเคยเจอคำอื่น ๆ หรืออยากแก้ไขคำไหนก็พิมพ์บอกมาแล้วกัน ถือว่าแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันนะ